“สรรพสามิตพื้นที่ระนอง” นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม ออกตรวจเข้มเรือประมง ในทะเลอันดามัน พบมีการลักลอบใช้น้ำมันที่ใช้ในการส่งออกต่างประเทศกลับมาใช้ทำประมงในน่านน้ำไทย เปรียบเทียบปรับขั้นเด็ดขาดทันที
| วันนี้ (25 พ.ย.) นายภุชงค์ ชาญศิริวัฒน์ สรรพสามิตพื้นที่ระนอง นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามลงเรือเร็ว ออกสุ่มตรวจเรือประมง ในทะเลอันดามัน ที่บริเวณใกล้เกาะพยามหมู่ 1 ต.เกาะพยาม อ.เมืองจ.ระนอง เพื่อตรวจสอบว่าีการลักลอบใช้น้ำมันดีเซล สำหรับส่งออก นอกราชอาณาจักร มาเติมเรือประมงในน่านน้ำ ไทยหรือไม่
จากการตรวจสอบน้ำมันด้วยสารเคมี เพื่อหาสาร มาร์คเกอร์ที่ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลที่ส่งออกไปยัง ประเทศพม่า ของเรือประมง จำนวน 10 ลำ ปรากฏว่ามีเรือ ประมง 1 ลำ ชื่อ “กิตติชัย” ใช้นำมันดีเซลที่ส่งออกอยู่ในถัง เครื่องยนต์เรือ ประมาณ 3,500 ลิตร จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายกิตติ ด้วงขาว อายุ 60 ปี ไต้ก๋งเรือ มีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธ โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งสินค้าที่ได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษี” เปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 76,198 บาท |
|||
นายกิตติ กล่าวว่า เรือลำดังกล่าวกำลังเตรียมเดินทางไปสัมปทานประมงในน่านน้ำของประเทศพม่า ช่วงที่เรือใบอนุญาตได้นำเรือออกมาทำประมงก่อน ยอมรับว่า มีการเอาน้ำมันดีเซลที่ส่งออกไปประเทศพม่ามาเติมเรือประมงจริง โดยถ่ายมาจากเรือประมงลำอื่นๆ ที่อยู่ในเครือเดียวกันที่เดินทางกลับจากประเทศพม่า มาผสมกับน้ำมันดีเซลที่เติมจากปั๊มบนฝั่ง ไม่มีเจตนาที่จะใช้น้ำมันผิดกฎหมายแต่อย่างใด นายภุชงค์ ชาญศิริวัฒน์ สรรพสามิตพื้นที่ระนอง กล่าวว่า น้ำมันที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร มีการผสมสารมาร์คเกอร์ไว้ เมื่อเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบด้วยสารเคมี ก็จะพบความผิดปกติทันทีเนื่องจากน้ำมันจะเปลี่ยนเป็นสีแดง โดยเรือประมงที่ออกไปทำประมงนอกน่านน้ำไทย สามารถเติมน้ำมันดังกล่าวได้แต่ต้องเติมนอกน่านน้ำไทย เมื่อเติมแล้วหากมีการเข้ามาทำประมงในน่านน้ำไทย เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะเปรียบเทียบปรับทันที เริ่มตั้งแต่ 3 เท่า 5 เท่า และ 10 เท่าของราคาน้ำมันบนฝั่ง ยกเว้นเรือที่เดินทางกลับเข้าฝั่งสามารถมีน้ำมันตกค้างอยู่ในถังให้เพียงพอต่อการเดินทางเท่านั้น เพื่อป้องกันการลักลอบการนำน้ำมันส่งออกกลับเข้ามาขายบนฝั่งเนื่องจากราคาต่างกันถึงลิตรละ 8 บาท เพราะได้รับการยกเว้นภาษีโดยเจ้าหน้าที่จะออกสุ่มตรวจเป็นระยะ
|
|||
|
|||